Home
Events
Project
Album
History
Links
Contact










Disclaimer

      ข้อมูลเบลเยี่ยมเบื้องต้น


      1. สหภาพยุโรป


      สหภาพยุโรป

      Europese Unie (EU) (สหภาพยุโรป) ประกอบด้วยประเทศสมาชิกต่างๆ ในทวีปยุโรป โดยมีจุดมุ่งหมาย เดียวกันก็ คือ เพื่อความร่วมมือ และรักษาไว้ซึ่งสันติภาพ


      ประเทศสมาชิก Europese Unie

      ปัจจุบัน สหภาพยุโรปประกอบไปด้วยประเทศสมาชิก 25 ประเทศ อันได้แก่ เบลเยี่ยม เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี่ ลักเซมเบอร์ก เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ไอแลนด์ สหราชอาณาจักร กรีซ สเปน โปรตุเกส ออสเตรีย ฟินแลนด์ สวีเดน เชก เอสโทเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย ฮังการี่ โปแลนด์ สโลวีเนีย สโลวาเกีย มอลต้า และ ไซปรัส

      ส่วนประเทศ บังแกเรีย โรมาเนีย และ ตุรกี นั้น กำลังจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่



      สมาชิกสหภาพยุโรป: 25 ประเ่ทศ (ที่มา เวปไซด์สหภาพยุโรป)


      De Europese instellingen (สถาบันของสหภาพยุโรป)

      ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป ไ้ด้มอบอำนาจอธิปไตยส่วนหนึ่งของตนให้แ่ก่ Europese instellingen (องค์กรสหภาพยุโรป)

      สถาบันหลักของสหภาพยุโรป แบ่งออกเป็น 5 สถาบัน ได้แก่
      • Europees Parlement (รัฐสภายุโรป) ---> ประกอบด้วยตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้ง จากประชาชนในชาติของประเทศสมาชิก
      • Raad van de Europese Unie (คณะมนตรียุโรป) ---> ประกอบด้วยผู้นำฝ่ายบริหารจาก ประเทศสมาชิก
      • Europese Commissie (คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป) ---> เป็นองค์กรหลักเปรียบได้กับ ฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป
      • Hof van Justitie (ศาลยุติธรรม) ---> ควบคุมทุกอย่างที่เกี่ยวกับกฏหมาย
      • Rekenkamer (กรมคลัง) ---> ดูแลและควบคุมงบประมาณและการคลัง
      ประเทศเบลเยี่ยมตั้งอยู่ศูนย์กลางของยุโรป ดังนั้น จึงมีสถาบันหลักๆ ตั้งอยู่ที่ กรุงบรัสเซล ได้แก่ Europees parlement และ Europese Comissie อาจกล่าวได้ว่า กรุงบรัสเซล เป็นเมืองหลวงของ Europese Unie (สหภาพยุโรป)

      นอกจากสถาบันดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีสถาบันของสหภาพยุโรปอีก อันได้แก่
      • Europese Centrale Bank (ธนาคารกลางแห่งยุุโรป) ---> รับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเงินยูโร
      • Europese Ombudsman (องค์กรกลางแห่งยุโรป) ---> เป็นศูนย์รับร้องเรียนของพลเมือง ยุโรปในเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันของสหภาพยุโรป
      การตัดสินใจทุกอย่างของสหภาพยุโรปนั้นจะออกมาในรูปแบบของสนธิสัญญา ข้อตกลงในสนธิสัญญานี้ จะต้องมาจากความเห็นชอบของประเทศสมาชิก

      ในระยะแรก กลุ่มประเทศสมาชิก รวมตัวกันโดยมีเหตุผลเพื่อ การค้า และ เศรษฐกิจ ปัจจุบัน ทางสหภาพยุโรป ได้มีีการร่วมมือกันในด้านต่างๆ รวมถึง ในเรื่องของ สิทธิของพลเมืองยุโรป ความมั่นคง และ สิ่งแวดล้อม

      สหภาพยุโรปมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมการกินดีอยู่ดีแ่ก่พลเมืองในกลุ่มประเทศสมาชิก ทุกประเทศสมาชิกใช้เงินสกุลเดียวกัน คือ Euro ยกเว้น ประเทศอังกฤษ สวีเดน และ เดนมาร์ก


      De Schengen-landen (ประเทศกลุ่ม แชงเก้น)

      ประเทศสมาชิกในกลุ่มประเทศ แชงเก้น ได้เซ็นสัญญา ในสนธิสัญญาแห่งแชงเก้น นั่นก็คือ ประเทศเหล่านี้ จะยกเลิกการตรวจคนเข้าเมือง ตามจุดตรวจต่างๆ เพื่อเป็นการส่งเสริม การให้คนในกลุ่มสมาชิก ไปมาหาสู่กันได้สะดวกขึ้น
      ประเทศสมาชิกในกลุ่มประเทศ แชงเก้น ประกอบด้วย เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบอร์ก ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี่ กรีซ สเปน โปรตุเกส ออสเตรีย เดนมาร์ก นอร์เว ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ และ สวีเดน



      2. เบลเยี่ยม
       
      เบลเยี่ยมเป็นประเทศเล็กเป็นศูนย์กลางของสหภาพยุโรป

      อาณาเขตติดต่อ: ตอนเหนือจรด ทะเลเหนือ และล้อมรอบด้วย ประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน ลักเซมเบิร์ก และ ฝรั่งเศส

      เมืองหลวงของประเทศ: คือ กรุงบรัสเซล
      เบลเยี่ยมมีบทบาทสำคัญในยุโรป เพราะเป็นศูนย์กลางและเป็นทางผ่านของสินค้าต่างๆ


      ประชากรใน België?

      เบลเยี่ยมเป็นประเทศเล็กๆ มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน ทางแคว้น Vlamingen (ฟรามมิ่งค์) 6 ล้านคน แคว้น Walen (วาโรเนีย) 3 ล้านคน คนต่างด้าวทั้งประเทศ ประมาณเกือบ 1 ล้านคน

      เนื่องจาก เบลเยียม ตั้งอยู่ศูนย์กลางของยุโรป ดังนั้นจึงมีชาวยุโรปจากหลายประเทศมาอยู่รวมกันที่นี่ ชาวยุโรปหลายคนมาทำงานให้แก่องค์กรของสหภาพยุโรป คนเหล่านี้จะพักอาศัยอยู่แถวๆ รอบๆ กรุงบรัสเซล

      ตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา ได้มีคนต่างชาติอพยพเข้ามาอยู่ที่นี่ กลุ่มหลักๆ ได้แก่ ชาวโมร็อกกัน ตุรกี และ อิตาลี่ โดยคนกลุ่มดังกล่าวได้เข้ามาทำงาน เหมืองแร่ และ ในภาคอุตสาหกรรม ในช่วงที่เบลเยี่ยมกำลังขาด แรงงาน ลูกหลานของคนเหล่านี้ ณ ปัจจุบันก็ยังคงอยู่ที่นี่

      นอกจากนี้ก็ยังมีคนจากทั่วโลกอพยพ รวมทั้ง ผู้ลี้ภัย เข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่
      ล่าสุด ทางรัฐบาล ได้พยายามใช้นโยบายทางการเมืองในการแก้ปัญหาให้ ผู้คนที่มีภูมิหลัง ไม่ว่าจะเป็น ประเพณี ภาษา และ ความเป็นอยู่ ที่แตกต่างกัน พยายามปรับตัวเข้าหากันและอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ แม้ว่าจะมีชาวเบลเยี่ยมบางกลุ่มมีทัศนะคติที่ไม่ดีต่อคนเหล่านี้ แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พยายามปรับตัว เพื่อให้เข้ากับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศเล็กๆนี้

      คนต่างด้าวที่มีมากที่สุดในเบลเยียม โดยดูตามสัญชาติ  (01.01.2003) จำนวน
      ชาวอิตาลี่ 187.000
      ชาวฝรั่งเศส 113.000
      ชาวมอร็อกกัน 83.000
      ชาวดัช 96.000
      ชาวสเปน 44.000
      ชาวตุรกี 42.000
      ที่มา : NIS


      ข้อมูลโดยตัวเลขของ België
      • ประชาชนที่อยู่อาศัยที่นี ประมาณ 10 ล้านคน
      • België มีพื้นที่ทั้งหมด 30.528 ตารางกิโลเมตร  มีความหนาแน่นของประชากร 339 mensen ต่อ ตารางกิโลเมตร
      • อายุโดยเฉลี่ยของประชาชน 78,13 ปี


       
      ธงชาติ

      ธงชาติของประเทศเบลเยี่ยม มี 3 สี 3 ได้แก่ ดำ เหลือง และ แดง


      อุณหภูมิ

      เบลเยี่ยมมีภูมิอากาศที่ไม่หนาวมากนัก อากาศช่วงฤดูร้อนโดยเฉลี่ยที่ 22°C ฤดูหนาว -0,3°C ช่วงที่อากาศร้อนที่สุด คือ ช่วงเดือน เมยายน และ กันยายน

      เนื่องจากประเทศเบลเยี่ยม ตั้งอยู่แถว ทะเลเหนือ ดังนั้น ในช่วงฤดูหนาวจึงไม่หนาวจัด ส่วนในฤดูร้อนก็มีอากาศ สดชื่น ที่นี่จะมีเมฆมาก และมีฝนตกบ่อยในเกือบทุกฤดู


      ภาษาที่คนพูดใน België?

      ภาษาราชการ ในประเทศ เบลเยี่ยม มี 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาดัช ฝรั่งเศส และ ภาษาเยอรมัน ที่บรัสเซลใช้ 2 ภาษา คือ ภาษาดัช และ ฝรั่งเศส

      ในส่วนของภาษาดัชนั้น ประกอบด้วย ภาษาท้องถิ่น อีกหลายภาษา


      ภาพรวมของ België?

      ประเทศเบลเยี่ยมประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ คือ Vlaanderen (ฟรานเดอร์) และ Wallonië (วาโรเนีย) และส่วนเล็กลงมา ก็คือ Duitstalige Gemeenschap เป็นส่วนชุมชนที่พูดภาษาเยอรมันเป็นภาษาหลัก
      • Vlaanderen อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ โดยคนพูดภาษาดัช หรือที่เรียกว่า ภาษา Nederlands
      • Wallonië อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ที่นี่คนพูดภาษาฝรั่งเศส หรือที่เรียกว่า Frans
      • Duitstalige Gemeenschap เป็นส่วนเล็กๆที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ

      พวกเราอยู่ที่  Vlaanderen:




      จุดที่สูงที่สุดของประเทศเบลเยี่ยมอยู่ที่ทางใต้ของเบลเยี่ยม ในเขต Ardennen (Wallonië) ที่เรียกว่า het Signaal van Botrange (694m) เป็นที่ราบสูงทีสูงเกือบ 700 เมตร ในส่วน Vlaanderen จะเป็นที่ราบ

      België แบ่งการปกครองออกเป็น 10 provincies (มณฑล) แต่ละ provincie มีเมืองหลวง ดังนี้
       


      Provincies ในส่วนของ Vlaanderen:

      ฟรานเดอร์ตะวันออก ---> Brugge (Bruges)
      ฟรานเดอร์ตะวันตก ---> Gent (Gand / Ghent)
      แอนเวิป ---> Antwerpen (Anvers / Antwerp)
      ลิมบูคก์ ---> Hasselt
      ฟรามบราบัน --->  Leuven (Louvain)


      Provincies ในส่วนของ Wallonië:

      Waals Brabant ---> Waver (Wavre)
      Henegouwen (Hainaut) ---> Bergen (Mons)
      Namen (Namur) ---> Namen (Namur)
      Luik (Liège) ---> Luik (Liège)
      Luxemburg (Luxembourg) ---> Aarlen (Arlon)


      แต่ละ provincie (มลฑล) ประกอบด้วย gemeenten (ชุมชน) ชุมชนทั้งหมดทั้งประเทศมีด้วยกันทั้งสิ้น  589 ชุมชน แต่ละชุมชนจะมี burgemeester (เทศมนตรี) college van burgemeester en schepenen (คณะเทศมนตรี) และ gemeenteraad (คณะที่ปรึกษา) เป็นผู้บริหารชุมชน


      ระบอบการปกครอง ของประเทศเบลเยี่ยม

      België เป็นประเทศประชาธิปไตย มีกฏหมายสูงสุดของประเทศคือ grondwet (กฏหมายรัฐธรรมนูญ) เนื้อหาของ grondwet ประกอบด้วย:
      • alle Belgen zijn gelijk voor de wet: (ประชาชนชาวเบลเยียมเท่าเทียมกันตามกฏหมาย) ดังนั้นตามกฏหมายแล้ว ทุกคนจะไม่ถูกเลือกปฎิบัติ ด้วยเหตุผลจากความแตกต่างกันใน ด้านเชื้อชาติ ศาสนา และ เพศ
      • vrijheid van godsdienst: (เสรีภาพในการนับถือศาสนา) ทุกคนมีสิทธิที่จะเชื่อในสิ่งที่ตนเชื่อ ศาสนาคริสต์ ไม่ใช่ศาสนาประจำชาติ และยังเป็นศาสนาที่แยกออกจากรัฐ ไม่ก้าวก่ายกิจการของรัฐ
      • recht op gelijke behandeling: (สิทธิในการได้รับการปฎิบัติโดยเท่าเทียมกัน) ไม่มีผู้ใดที่จะได้รับการปฎิบัติ แบบเลือกปฎิบัติ
      • vrijheid van meningsuiting: (เสรีภาพในการแสดงความคิด) ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดของตน รัฐไม่เข้ามาควบคุม
      • bescherming van de persoonlijke levenssfeer:(การได้รับความคุ้มครองในสิทธิส่วนบุคคล) เช่น การแกะจ.มของผู้อื่นมาอ่าน และ การแอบฟัง ถือได้ว่า ผิดกฏหมายนี้
      • sociale grondrechten: (สิทธิทางสังคม) ตัวอย่างเช่น สิทธิที่จะได้รับการศึกษา ความมั่นคงในชีวิตความเป็นอยู่ และสิทธิในการได้รับความช่วยเหลือทางกฏหมาย


      พลเมืองจะถูกคุมขังก็ต่อเมื่อได้รับคำสั่งจากศาลเท่านั้น


      België มี พระมหากษัตริย์ !

      België มีการปกครองระบบพระมหากษัตริย์ มีพระราชา และ พระราชินี เป็นประมุข

      ระบอบ กษัตริย์ นั้นไม่เหมือนกับ ระบอบ สาธารณรัฐ เพราะ ระบอบสาธารณรัฐมี ประธานาธิบดีเป็นประมุข กษัตริย์อยู่ภายใต้กฏหมาย ดังนั้น กษัตริย์จึงมิได้มีอำนาจอันแท้จริง

      พระราชาองค์ปัจจุบันคือ อัลแบร์ ที่ 2 พระราชินี คือ สมเด็จพระราชินี เปาลา พระราชินีมีเชื้อสายอิตาลี



      อำนาจการปกครอง

      Het parlement (รัฐสภา หรือ นิติบัญญัติ) ตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ พลเมืองชาวเบลเยี่ยมทุกคนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป จะต้องไปเลือกตั้งตัวแทนรัฐสภา การเลือกตั้งเป็นสิ่งที่บังคับ ใครไม่ไปเลือกตั้ง ถือว่า ท่านทำผิดกฏหมาย

      De regering (คณะรัฐบาล หรือ ฝ่ายบริหาร) คือ กลุ่มคณะรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ปฎิบัติตามนโยบาย จากรัฐสภา คณะรัฐมนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งในสมาชิกรัฐสภา
      ทั้ง 3 หน่วยงานนี้ เราเรียกว่า เป็นการแยกอำนาจออกจากกัน

      สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร มาจาก partijen (พรรคการเมือง) หลายๆพรรค
      พรรคการเมืองในแคว้นฟรานเดอร์ ได้แก่
      • CD&V: Christen-democratisch en Vlaams (พรรคคริสเตียน ประชาธิปไตย แห่ง ฟรานเดอร์)
      • NVA: Nieuw-Vlaamse Alliantie: Vlaams en conservatief (พรรค พันธมิตร อนุรักษ์นิยม แห่ง ฟรานเดอร์) พรรคนี้ทำงานร่วมกับ พรรคแรก คือ  CD&V
      • Groen: (พรรคกลุ่ม สีเขียว) มุ่งเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม
      • SP.A: Sociaal-democratisch พรรคสังคมนิยม
      • Spirit: Vlaams en progressief  เป็นพรรคสังคมนิยม หัวก้าวหน้า (พรรคนี้ทำงานร่วมกับพรรค SP.A)
      • Vlaams Belang: เป็นพรรคขวาจัด อนุรักษ์นิยม
      • VLD: Vlaamse Liberalen en Democraten  เป็นพรรคเสรีประชาธิปไตย

      โครงสร้างของ België

      เบลเยี่ยมมีการปกครองในแบบที่เรียกว่า  'federale staat' (สหพันธรัฐ)
      'Staat' (รัฐ) หมายถึง ประเทศกล่าวโดยรวมทั้งหมด
      'Federaal' (สหพันธรัฐ) หมายถึง แต่ละส่วนปกครองของประเทศมารวมกัน


      เบลเยี่ยมแบ่งออกเป็น 3 gemeenschappen (ประชาคม)
      • Vlaamse Gemeenschap ประชาคมคนที่พูดภาษาเฟรมมิส หรือ ดัช ประชาคมนี้อยู่ในเขต  Vlaanderen และ Brussel
      • Franse Gemeenschap ประชาคมคนที่พูดภาษาฝรั่งเศส ประชาคมนี้อยู่ในเขต  Wallonië และ Brussel
      • Duitstalige Gemeenschap ประชาคมคนที่พูดภาษาเยอรมัน ประชาคมนี้อยู่ในเขต ทางตะวันออกของเบลเยี่ยม ติดกับชายแดน ประเทศเยอรมัน

      นอกจากนี้ยังแบ่งออกเป็น 3 gewesten (ภูมิภาค): ที่เรียกว่า Vlaamse, Waalse และ Brusselse Hoofdstedelijk Gewest. ภูมิภาคนี้ได้ถูกแบ่งเขตตามแผนที่ด้านล่างนี้





      ความเป็นมาของ België

      ในช่วง ยุคกลาง แคว้นของท่านเอิลแ่ห่ง ฟรานเดอร์ เป็นแคว้นที่มีความสำคัญและความเจริญ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและ วัฒนธรรม เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 1302 ฟรานเดอร์สามารถรบชนะ กษัตริย์ แห่งประเทศฝรั่งเศส วันนี้ในภาษาดัช เรียกว่า วัน 'Guldensporenslag' ดังนั้น อาจถือได้ว่า วันนี้ เป็นวันชาติของชาวเฟร์มิส

      ก่อนหน้าที่เบลเยี่ยมจะได้รับเอกราชนั้น เบลเยี่ยมได้เคยอยู่ภายใตัการปกครอง ของ ประเทศเหล่านี้ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน อาณาจักรออสเตรีย และ เนเธอร์แลนด์

      ในปี ค.ศ 1830 เบลเยี่ยมได้รับเอกราช

      วันที่ 21 กรกฏาคม นั้นเป็นวันชาติของเบลเยี่ยม เป็นวันที่ กษัตริย์องค์แรกของเบลเยี่ยม คือ Leopold I (พระเจ้าเลโอโปลที่ 1) ขึ้นครองราชสมบัติ

      หลังจากที่เบลเยี่ยมเป็นเอกราชแล้วนั้น เบลเยี่ยมได้ถูกประเทศเยอรมัน เข้ามายึดครองถึง 2 ครั้ง ในช่วง สงครามโลกที่ 1 และ 2 (1914-1918 en 1940-1945)


      ศาสนาในประเทศเบลเยี่ยม

      ประเทศเบลเยี่ยมเป็นประเทศที่ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา ศาสนาถูกแยกออกจากการเมือง ศาสนาที่สำคัญคือ ศาสนา คริตส์ นิกายโรมันคาทอริค
      ศาสนาอื่นๆ ที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ ศาสนา คริตส์ นิกาย โปรแตสเตนท์ แอ็งกลิคัน ออธอด็อกซ์ ศาสนา ยิว และ อิสลาม
      ศาสนาเหล่านี้ รวมทั้งความเชื่ออื่น ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล


      ระบบเศรษฐกิจ ของเบลเยี่ยมเป็นอย่างไร ?

      เบลเยี่ยมมีระบบเศรษฐกิจแบบ vrije markteconomie (ตลาดเสรี) นั่นก็คือ ทางรัฐบาลวางกฏเกณท์ไว้แต่ไม่เข้าไปแทรกแซงทางตรงต่อตลาด

      เบลเยี่ยมไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเป็นของตนเอง ฉะนั้น เศรษฐกิจของที่นี่จึงขึ้นอยู่กับ dienstensector en de handel (ภาคบริการ และ การค้า) การนำเข้าส่งออกหลักๆของสินค้านั้น ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน และ สหรัฐอเมริกา

      สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์ เครื่องจักร เพชร สารสังเคราะ์ห์และ เคมีภัณฑ์

      สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักร ยา และ เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนรถยนต์ น้ำมัน เพชร เหล็ก เหล็กกล้า และ สารสังเคราะห์ ปี 2005 มีอัตตราว่างงาน ประมาณ 12%


      Site search Web search

      ผู้แปล / samenstelling en vertaling: Samanchot Kemathiwatana
      จัดทำครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 ฅุลาคม พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005)
      © เพื่อนไทย-ฟลามส์ - สงวนลิขสิทธ์